วันพุธที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2554

Plague doctor แพทย์ผู้รักษากาฬโรค


         ถ้าใครเคยดูสารคดีหรือหนังเกี่ยวกับยุโรปยุคกลางบางเรื่อง อาจจะเคยเห็นคนที่ใส่ชุดมาสคอตที่คล้ายอีกาอยู่บ้าง หลายๆท่าอาจจะสงสัยว่าเขาใส่ชุดแบบนั้นไปทำไม นี่คือคำตอบครับ พวกเขาคือหมอ ที่นี้ยิ่งงงกันไปใหญ่แล้วทำไมหมอต้องมาใส่ชุดน่ากลัวๆแบบนี้ด้วย เอาแบบนี้ก็แล้วกันผมจะเล่าให้ฟัง
                Plague doctor เป็นแพทย์เฉพาะทางประเภทหนึ่ง ที่มีอยู่ในช่วงยุคกลางของยุโรปโดยเฉพาะในอิตาลีที่เป็นต้นกำเนิดของ Plague doctor ในช่วงที่ยุโรปยุคกลางได้มีโรคระบาดที่เรียกได้ว่าอันตรายและทำให้ผู้คนเจ็บป่วยล้มตายมากที่สุดในยุคนั้น นั่นก็คือ ไข้ดำ (Black death ผู้ป่วยในระยะสุดท้ายจะอาเจียนเป็นเลือดสีดำฝรั่งในยุคนั้นก็เลยเรียกง่ายๆว่าความตายสีดำ) หรือถ้าเรียกชื่อที่เราๆคุ้นเคยนั่นก็คือ กาฬโรค Plague doctor ได้รับความนิยมมากที่สุดในยุคนั้น เพราะ Plague doctor จะมีหน้าที่คอยรักษา  ผู้ป่วยที่เป็นกาฬโรคในขณะที่แพทย์ปกติธรรมดายังจนปัญญาที่จะรักษา โดยปกติธรรมดาแล้ว Plague doctor จะถูกจัดเป็นแพทย์ประเภททางเลือกเสียมากกว่าแทนที่จะเป็นแพทย์รักษาผู้ป่วยจริงๆ โดยส่วนใหญ่แล้ว Plague doctor จะเป็นแพทย์ที่ไม่ประสบความสำเร็จในการเรียนวิชาการแพทย์หรือรักษาผูป่วยในแบบธรรมดา หรืออาจจะเป็นพวกนักเรียนแพทย์หนุ่มๆที่ลาออกโรงเรียนสอนวิชาแพทย์เพื่อมาหาความสำเร็จทางด้านธุรกิจการแพทย์ Plague doctor ส่วนใหญ่จะมีพันธะสัญญาหรือได้รับการว่าจ้างให้ทำการรักษาโรคในแต่ละชุมชนไป ซึ่งเราอาจจะรู้จักพวกเขาในอีกชื่อหนึ่งว่า แพทย์ประจำชุมชน ถึงพวก Plague doctor จะมีวิธีรักษาผู้ป่วยที่แปลกและแตกต่างจากแพทย์โดยทั่วไปที่ใช้วิชาความรู้ทางการแพทย์ และการผ่าตัดที่ร่ำเรียนกันมาก็ตามที อย่างไรเสียแทบในทุกที่ในยุโรปจะพบเห็น Plague doctor ทำการรักษาควบคู่ไปกับแพทย์ทั่วไปเสมอ
                ถึงแม้ว่า Plague doctor จะดูไม่ค่อยเหมือนแพทย์ที่ชำนาญการสักเท่าไหร่ เพราะพวก Plague doctor ไม่ได้เรียนวิชาแพทย์หรือการผ่าตัดเหมือนแพทย์ธรรมดา ดังนั้นในแวดวงทางการแพทย์จึงจัด Plague doctor อยู่ในประเภทแพทย์ทางเลือกเท่านั้น แต่อย่างไรก็ตามพวกเขาก็มีหลักปฏิบัติที่น่าเชื่อถือและเกี่ยวข้องกับทางการแพทย์อยู่บ้างเช่น ความเชื่อที่ว่าโรคนั้นติดต่อผ่านทางอากาศ พวกเขาจึงสวมหน้ากากที่สามารถกรองเชื้อโรคที่มากับอากาศได้ หรือการทำความสะอาดบ้านเรือนและเตียงนอนสะอาดอยู่เสมอนั้นช่วยป้องกันการเป็นโรคได้ แต่ Plague doctor  ในฝรั่งเศสและในเนเธอแลนด์กลับไม่มีความรู้เรื่องการทางการแพทย์หรือมีการฝึกหัดที่เกี่ยวข้องกับทางการแพทย์เลย มีเรื่องเล่ากันว่ามี Plague doctor  คนหนึ่งที่มีอาชีพปกติแค่เป็นคนขายผลไม้เท่านั้น การเป็น Plague doctor ในยุโรปยุคกลางนั้นเป็นเรื่องที่ไม่น่าพิศมัยเอาเสียเลย เพราะว่ามันมีความเสี่ยงในการติดโรคสูง และเป็นงานที่ยากเอาเสียมากๆ โอกาศที่จะรอดกลับมาจากการไม่เป็นโรคนั้นน้อยมาก ด้วยเหตุที่ Plague doctor เป็นงานที่อันตรายและค่อนข้างเสี่ยง ทำให้คนที่ประกอบอาชีพเป็น Plague doctor จึงมีน้อยมาก
                สันตปาปา คลีเมนท์ ที่ 6 เคยว่าจ้าง Plague doctor  พิเศษ 6 คนในช่วงที่มีการระบาดของกาฬโรค โดยพวกเขาทั้ง 6 คนต้องเข้าไปแลและผู้คนที่เจ็บป่วยที่เมือง Avignon และนอกจากนี้สันตปาปา คลีเมนท์ ที่6 ยังส่ง Plague doctor อีก 16 ไปยังเมือง Venice ผลจากการส่ง Plague doctor  ไปครั้งนั้นปรากฏว่ามี Plague doctor  รอดกลับมาจากเมือง Avignon เพียงแค่คนเดียวที่เหลือตายทั้งหมด ส่วน Plague doctor  ที่ส่งไปยังเมือง Venice ได้เสียชีวิตจากกาฬโรค 4 คน อีก 12 คนหาญสาบสูญ ซึ่งคาดว่าคงจะหลบหนีไป การระบาดของกาฬโรคครั้งที่ใหญ่สุดในประวัติศาสตร์ต้องย้อนกลับไปในศัตวรรษที่ 14 ซึ่งเป็นที่รู้จักกันทั่วไปว่า โรคระบาดแห่งจัสติเนียน ซึ่งมีการระบาดของกาฬโรคครั้งใหญ่ที่สุดในยุโรปยุคกลาง ซึ่งการระบาดของกาฬโรคครั้งนั้นส่งผลให้มีผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมาก ทำให้ Plague doctor ที่อยู่ประจำตามชุมชนต่างๆได้รับเงินสิทธิพิเศษต่างๆเพิ่มขึ้น เป็นต้นว่า Plague doctor สามารถที่จะตรวจและวินิจฉัยโรคและผ่าศพได้อย่างอิสระโดยไม่มีการควบคุม (การผ่าศพเป็นสิ่งต้องห้ามในยุคนั้น) และนอกจากนี้ Plague doctor ยังสามารถที่จะทำการค้นคว้าวิจัยหาวิธีรักษาด้วยตัวเองได้ ตัวอย่างเช่นที่เมือง Orvieto ได้ว่าจ้าง Plague doctor ที่ชื่อว่า Matteo fu Angelo เป็นเงินถึง 200 florin ต่อปี ซึ่งมากกว่าการว่าจ้างแพทย์ธรรมดาถึง 4 เท่าเลยทีเดียว แต่ด้วยเพราะความที่เป็นที่ต้องการตัวเป็นอย่างมากและมีค่าตัวที่ราคาแพง ทำให้มีการลักพาตัว และมีการเรียกค่าไถ่ Plague doctor กันขึ้น ดังเช่นที่เมือง บาร์เซโลน่า ประเทศสเปนได้มีโจรการลักพาตัว Plague doctor 2 คนไปจากเมืองและเรียกร้องค่าไถ่ตัว ทำให้ทางการบาร์เซโลน่าต้องจ่ายเงินเพื่อไถ่ตัว Plague doctor ทั้ง 2 คนกลับมา

การแต่งกายของ Plague doctor
                โดยปกติแล้วคนทั่วไปในยุคนั้นจะเรียก Plague doctor ในชื่อที่คุ้นเคยในอีกชื่อหนึ่งคือ หมอปากนก สาเหตุที่เรียกเช่นนี้ก็เป็นเพราะว่าการแต่งตัวของพวก Plague doctor เองที่มีลักษณะของจงอยปากแหลมๆคล้ายนกยื่นออกมาตรงส่วนที่เป็นหน้ากาก การแต่งกายของ Plague doctor ในส่วนอื่นๆก็ประกอบด้วยเสื้อโค้ทหนาหนักที่ลงแว็กซ์อย่างดี และที่สำคัญคือส่วนที่เป็นหน้ากากจะประกอบส่วนที่เป็นช่องสำหรับตามองก็จะเจาะและปิดด้วยกระจกทั้งสองข้างสามารถเลื่อนขึ้นลงได้ ในส่วนของจงอยปากที่เป็นส่วนที่เป็นช่องอากาศสำหรับหายใจจะบรรจุด้วย การบูร , สะระแหน่ , กระเทียม , ฟองน้ำชุบน้ำส้มสายชู เพื่อใช้กรองเชื้อโรค นอกจากนี้ส่วนอื่นๆของร่างกายได้ถูกปกปิดอย่างดีด้วยกางเกงหนัง ร้องเท้าบู๊ตหนา และถุงมือหนัง และสุดท้ายที่สำคัญคืออุปกรณ์ที่ใช่สำหรับการวินิจฉัยโรคคือ ไม้ด้ามยาว ซึ่งจะมีประโยชน์ในการที่จะไม่ต้องสัมผัสตัวกับผู้ป่วยโดยตรงในการวินิจฉัยโรค จากองค์ประกอบของการแต่งกายของ Plague doctor ทำให้เราได้ทราบว่าพวกเขาเข้าใจเรื่องการติดเชื้อ และการแพร่กระจายเชื้อโรคในอากาศได้ดี (ตรงกับหลักการป้องกันโรคติดต่อของแพทย์ยุคปัจจุบัน)

หน้าที่ของ Plague doctor
                หน้าที่ของ Plague doctor ที่มีต่อชุมชนและสาธารณะได้เกิดขึ้นครั้งแรกในศตวรรษที่ 14 เมื่อมีการระบาดของกาฬโรคครั้งใหญ่ในยุโรป ซึ่งเป็นภาระหน้าที่ที่พวกเขาจะต้องปฏิบัติต่อชุมชน เช่นการไปตรวจดูอาการของผู้ป่วย ทำการตรวจบันทึกการตายด้วยโรคระบาดของคนในชุมชน และเป็นคนที่ทำหน้าที่คอยชี้นำหรือบอกให้ผู้ป่วยคิดถึง ทอง หรือ เงิน เพราะพวกเขาเชื่อว่าการคิดถึงเรื่องนี้จะทำให้จิตใจผู้ป่วยสงบ
                ในขณะที่บางที่เช่นเมือง ฟลอเรนซ์ หรือ เปรูจา ได้มีการร้องขอให้ Plague doctor ทำการผ่าศพเพื่อวินิจฉัยสาเหตุของโรค และนอกจากนี้ Plague doctor ยังมีหน้าที่เป็นพยานและรายงานจำนวนของผู้ป่วยที่เป็นโรคระบาดอีกด้วย

 การทำงาน
                Plague doctor ส่วนใหญ่จะมีความสามารถในการเจาะเลือดผู้ป่วยและการรักษาเยียวยาด้านอื่นๆ เช่นการวางกบลงบนต่อมน้ำเหลืองที่บวมโตจากโรค เพื่อรักษาสมดุลย์ของร่างกาย และนอกจากนี้ Plague doctor ยังต้องเข้ามาตรวจดูอาการผู้ป่วยที่รักษาตามระยะเวลาที่กำหนด (ส่วนใหญ่ 40 วัน) Plague doctor ไม่สามารถที่จะพบปะหรือติดต่อกับบุคคลตามที่สาธารณะได้ด้วยเหตุผลทางด้านธุรกิจและเพื่อป้องกันไม่ให้มีการแพร่เชื้อโรคจากตัว Plague doctor เอง

                เห็นไหมครับทีนี้เราก็รู้แล้วว่า Plague doctor นั้นคืออะไรและมีหน้าที่หรือบทบาทอย่างไร บางคนอาจจะคิดว่าเป็นเรื่องงมงายไร้สาระที่ Plague doctor ทำการรักษาคนเช่นนั้น แต่อย่าลืมนะครับว่าวิทยการด้านการแพทย์ในยุคกลางนั้นยังไม่พัฒนาเหมือนทุกวันนี้ แต่ใช่ว่าการรักษาของพวกเขาจะไม่มีหลักการณ์หรือมั่วนิ่มเสียทีเดียว การให้คำแนะนำด้านสุขอนามัยและการป้องกันตัวเองจากโรค นั้นมีต้นกำเนิดมาจากพวก Plague doctor  เลยนะครับ หรือแม้กระทั่งการวินิจฉัยและรักษาโรคหรือการให้กำลังใจผู้ป่วยนั้นก็เป็นสิ่งที่ถูกต้องและยังเป็นที่นิยมทำกันในปัจจุบัน  ถ้าเปรียบกับในยุคปัจจบันพวก Plague doctor นี้อาจจะเป็นเหมือนแพทย์แผนโบราณ หรือแพทย์ทางเลือก ที่มีหลักการรักษาโรคในแบบและวิธีของเขาเอง (บางครั้งการแพทย์ปัจจบันยังไม่สามารถรักษาได้) อีกทั้งพวกเขายังต้องเสี่ยงภัยและเสียสละตนเองเพื่อเข้าไปทำการรักษาคนโดยไม่เกี่ยงหรือรังเกียจคนเป็นโรค ที่ขนาดแพทย์ธรรมดายังไม่กล้าเข้าไปดู ถึงแม้กับต้องแลกกับค่าจ้างก็ที่แพงก็ตามที (ถ้าเป็นคุณคุณจะกล้าไปไหมกับค่าจ้างที่คุณไม่มีวันได้ใช้) กับการต้องเดินรักษาผู้ป่วยในสถานที่ที่มีโรคระบาดที่ไม่ว่ายาที่ไหนในโลกก็ยังไม่สามารถรักษาได้ (บางครั้งถูกทิ้งไว้อย่างอนาถา) แต่อย่างน้อยผมก็ว่ายังดีกว่าแพทย์ในยุคปัจจุบันบางคนที่เห็นการรักษาผู้ป่วยเป็นแค่เรื่องธุรกิจ เลือกรักษาเฉพาะคนที่รวย และรังเกียจคนไข้ที่ฐานะยากจน ดังนั้นผมขอสดุดี Plague doctor แพทย์ผู้เสียสละและผู้พิชิตไข้ดำ
               
                แปล เรียบเรียงและเขียนบทความโดย People of The Revolution (กรุณาขออนุญาตก่อนนำไปเผยแพร่ที่อื่น)

ข้อมูลอ้างอิงจาก: http://en.wikipedia.org/wiki/Plague_doctor

2 ความคิดเห็น:

  1. ขออนุญาตินำข้อมูลบางส่วนไปเรียบเรียงจัดทำเป็นคลิปวีดีโอนะคะ

    ตอบลบ
  2. ขออนุญาติเผยแพร่นะครับ.

    ตอบลบ